ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
ข่าวประชาสัมพันธ์
สิทธิในการรับบำเหน็จบำนาญ เมื่อ ออกจากราชการ

บำเหน็จบำนาญข้าราชการ

บุคคลที่เข้ามารับราชการไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน หรือข้าราชการประเภทอื่น เมื่อพ้นจากหน้าที่ราชการ ด้วยเหตุลาออก เกษียณอายุ หรือให้ออกโดยไม่มีความผิด เช่นเจ็บป่วย ขาดคุณสมบัติ หรือตาย แล้วแต่กรณี หากรับราชการโดยกระทำความชอบมาตลอด ทางราชการก็จะตอบแทนบุคคลนั้นเป็นเงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งอาจจะจ่ายเป็นรายเดือนหรือเป็นเงินก้อนครั้งเดียว หรือถึงแก่กรรมขณะรับราชการ หรือผู้รับบำนาญถึงแก่กรรมทางราชการจะจ่ายเงินให้แก่ทายาทเพื่อสงเคราะห์และบรรเทาความเดือดร้อนเรียกว่าบำเหน็จบำนาญซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์อย่างหนึ่งที่ทางราชการให้เมื่อพ้นจากราชการ เพื่อความมั่นคงและเป็นหลักประกันในชีวิต

บำเหน็จ หมายถึง เงินตอบแทนความชอบที่ได้รับราชการมา ซึ่งจ่ายเป็นเงินก้อนครั้งเดียว

บำนาญ หมายถึง เงินตอบแทนความชอบที่ได้รับราชการมา ซึ่งจ่ายเป็นรายเดือนจนกว่าจะถึง แก่กรรม หรือหมดสิทธิ

บำเหน็จบำนาญข้าราชการ แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ

1. บำเหน็จบำนาญปกติ

2. บำเหน็จบำนาญพิเศษ

3. บำเหน็จตกทอด

1. บำเหน็จบำนาญปกติ

กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการขอรับบำเหน็จบำนาญปกติ

  • พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
  •  

  • พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535
  •  

  • ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการขอรับและการจ่ายบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2527 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
  •  

ผู้มีสิทธิขอรับบำเหน็จบำนาญ ได้แก่

  • ข้าราชการพลเรือน
  •  

  • ข้าราชการฝ่ายตุลากร
  •  

  • ข้าราชการฝ่ายอัยการ
  •  

  • ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย
  •  

  • ข้าราชการครู
  •  

  • ข้าราชการรัฐสภาสามัญ
  •  

  • ตำรวจ
  •  

  • ทหาร
  •  

บำเหน็จบำนาญปกติ มี 4 เหตุ ดังนี้

  1. 1. เหตุทดแทน (ตามมาตรา 11)

     

    2. เหตุทุพพลภาพ (ตามมาตรา 12)

    3. เหตุสูงอายุ (ตามมาตรา 13)

  2. 4. เหตุรับราชการนาน (ตามมาตรา 14)

     

ผู้มีสิทธิที่จะได้รับบำเหน็จบำนาญให้แก่ผู้ที่ออกจากราชการโดยไม่มีความผิด ต้องเข้าเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังนี้

1. เหตุทดแทน (มาตรา11) ให้แก่ข้าราชการซึ่งออกจากราชการเพราะทางราชการเลิกหรือยุบตำแหน่งหรือมีคำสั่งให้ออกจากราชการโดยไม่มีความผิด หรือออกตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เช่น นักการเมืองซึ่งออกจากราชการหรือผลของกฎหมาย เป็นต้น หรือทหารซึ่งออกจากกองหนุนเบี้ยหวัด และทางราชการสั่งให้ออกมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทน ดังนี้

1.1 เลิกหรือยุบตำแหน่ง

เลิกตำแหน่ง หมายถึงทางราชการเลิกตำแหน่งหน้าที่ที่ผู้นั้นปฎิบัติโดยไม่มีงานที่จะต้องให้ ปฎิบัติต่อไปอีก จึงเป็นเหตุให้ผู้นั้นต้องพ้นจากราชการไป

ยุบตำแหน่ง หมายถึง ทางราชการเอางานในหน้าที่ของตำแหน่งหนึ่งไปรวมกับงานในหน้าที่ของตำแหน่งอื่น จึงเป็นเหตุให้ผู้ดำรงตำแหน่งนั้นต้องพ้นจากราชการ

1.2. ทางราชการสั่งให้ออกโดยไม่มีความผิด ซึ่งพิจารณาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน หรือตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการประเภทนั้น ๆ เช่นผู้ที่ออกจากราชการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ตาม

มาตรา 114 เจ็บป่วยไม่อาจปฎิบัติหน้าที่ราชการได้โดยสม่ำเสมอหรือสมัครใจไปปฎิบัติงานใดๆ ตามความประสงค์ของทางราชการ หรือขาดคุณสมบัติ หรือไม่สามารถปฎิบัติราชการให้มี ประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลในระบบอันเป็นที่น่าพอใจของทางราชการได้

มาตรา 115 มีกรณีถูกกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าหย่อนความสามารถ บกพร่องในหน้าที่ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ ถ้าให้รับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ทางราชการ

มาตรา 116 มีมลทินหรือมัวหมองในกรณีที่ถูกสอบสวน

มาตรา 117 ต้องรับโทษจำคุกโดยคำสั่งของศาล หรือต้องรับโทษจำคุกในความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

มาตรา 118 ไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร

ข้าราชการที่ถูกสั่งให้ออกจากราชการตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทน ดังนั้นการสั่งให้ข้าราชการออกจากราชการ ควรระบุมาตราและเหตุ ให้ชัดเจนด้วย

1.3 ออกตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ข้าราชการผู้ซึ่งออกจากราชการตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ คือข้าราชการการเมือง ได้แก่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการ เลขานุการ รัฐมนตรี เป็นต้น เมื่อข้าราชการการเมืองออกจากราชการตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแล้ว จะเป็นด้วยเหตุใดๆ ก็ตามย่อมมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทน

1.4 ทหารออกจากกองหนุนมีเบี้ยหวัด คือทหารซึ่งรับเบี้ยหวัดครบกำหนดแล้วเปลี่ยนจากเบี้ยหวัดเป็นบำเหน็จหรือบำนาญ

2. เหตุทุพพลภาพ (มาตรา 12) ได้แก่ข้าราชการผู้เจ็บป่วยทุพพลภาพซึ่งแพทย์ที่ทางราชการรับรอง ได้ตรวจและแสดงความเห็นว่าไม่สามารถรับราชการในตำแหน่งหน้าที่ซึ่งปฎิบัติอยู่นั้นต่อไปได้ เช่น เจ็บป่วยเป็นอัมพาต หรือเป็นโรคจิต โรคประสาท เป็นต้น การออกจากราชการด้วยเหตุทุพพลภาพนี้ ข้าราชการมีสิทธิที่จะลาออกได้เองหรือทางราชการจะสั่งให้ออกก็ได้ ข้อสำคัญจะต้องให้แพทย์ทำการตรวจและให้ความเห็นว่าไม่สามารถรับราชการในตำแหน่งหน้าที่นั้นต่อไปได้

3. เหตุสูงอายุ (มาตรา 13) ให้แก่ข้าราชการผู้มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ (เกษียณอายุ) หรือลาออกเมื่อมีอายุครบ 50 ปี บริบูรณ์

ข้าราชการผู้มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ เป็นอันพ้นจากราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณ ที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ยกเว้นกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติให้รับราชการต่อไปได้อีก เช่นข้าราชการตุลาการ ข้าราชการอัยการ และข้าราชการในพระองค์ เป็นต้น

ผู้ที่ออกจากราชการด้วยเหตุทดแทน เหตุทุพพลภาพ เหตุสูงอายุ ถ้ามีเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไปมีสิทธิเลือกขอรับบำนาญ หรือรับบำเหน็จก็ได้ ถ้ามีเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญไม่ถึง 10 ปี มีสิทธิได้รับแต่เพียงบำเหน็จ

4. เหตุรับราชการนาน (มาตรา 14) ให้แก่ข้าราชการซึ่งมีเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญครบ 25 ปีบริบูรณ์

นอกจากนี้ ในกรณีผู้มีเวลาราชการครบ 10 ปี แต่ไม่ถึง 25 ปี ประสงค์จะลาออกจากราชการและไม่เข้าเกณฑ์ 4 เหตุดังกล่าว ไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จตามมาตรา 17

1.2 ออกจากราชการเพราะเหตุเจ็บป่วยหรือกายพิการซึ่งแพทย์ที่ทางราชการรับรองโดยตรวจและแสดงความเห็นว่าไม่สามารถจะรับราชการต่อไปได้ และทางราชการสั่งให้ออก ถ้ามีเวลาราชการตั้งแต่ 1 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญเหตุทุพพลภาพ (ม.12)

1.3 ออกจากราชการเพราะมีอายุครบ 60 ปี บริบูรณ์ ซึ่งทางราชการสั่งให้ออก หรือมีอายุครบ 50 ปีบริบูรณ์แล้วได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการ ถ้ามีเวลาราชการตั้งแต่ 1 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญเหตุสูงอายุ (ม.13)

1.4 ข้าราชการที่มีเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญครบ 30 ปีบริบูรณ์แล้วทางราชการให้ออกจากราชการ หรือมีเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญครบ 25 ปีบริบูรณ์แล้วได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการ ให้มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญเหตุรับราชการนาน (ม.14)

1.5 ผู้ที่ลากออกจาราชการ หรือทางราชการให้ออก หรือออกตามพระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 มาตรา 104 มาตรา 114 มาตรา 115 มาตรา 116 และมาตรา 117 ซึ่งมีเวลาราชการตั้งแต่ 10 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ให้มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2494

ผู้ที่ถูกปลดออกจากราชการมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญเสมือนลาออกจากราชการ

1. ถ้ามีเวลาสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญ 10 ปี (9 ปี 6 เดือน) ขึ้นไปแต่ไม่ถึง 25 ปี ให้ได้รับบำเหน็จ ตามมาตรา 17

2. ถ้ามีเวลาราชการสำหรับคำนวณบำนาญ 25 ปี (24 ปี 6 เดือน) ขึ้นไป ให้ได้รับบำนาญ ตามมาตรา 14 หรือจะเลือกรับบำเหน็จก็ได้

การเสียสิทธิรับบำนาญปกติ

ผู้ได้รับบำนาญปกติอยู่จะเสียสิทธิรับบำนาญในกรณีต่อไปนี้ คือ

1 . กระทำความผิดถึงต้องโทษจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นความผิดในลักษณะฐานลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท

  1. เป็นบุคคลล้มละลายทุจริต ตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย

     

Adobe Acrobat Document ดาวน์โหลดไฟล์

โพสเมื่อ : 27 พ.ค. 2559,00:00   อ่าน 1783 ครั้ง